ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

คำจำกัดความ/ความหมาย

รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผลงานนวัตกรรมในรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการใหม่ การบริการใหม่ หรือรูปแบบธุรกิจใหม่ ที่มีคุณค่าเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม และเกิดประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ แบ่งเป็น 3 ประเภทตามลักษณะองค์กร ได้แก่

  1. หน่วยงานภาคเอกชน (Private Sector)
    เช่น องค์กรขนาดใหญ่ วิสาหกิจขนาดกลาง วิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดย่อย
    1. ประเภทองค์กรขนาดใหญ่ หมายถึง กิจการในรูปนิติบุคคลที่มีการจ้างงานและรายได้ดังนี้
      1. ภาคการผลิต การจ้างงานมากกว่า 200 คน หรือรายได้มากกว่า 500 ล้านบาทต่อปี
      2. ภาคการค้าและบริการ การจ้างงานมากกว่า100 คน หรือรายได้มากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี
    2. วิสาหกิจขนาดกลาง หมายถึง กิจการในรูปนิติบุคคลที่มีการจ้างงานและรายได้ ดังนี้
      1. ภาคการผลิต การจ้างงานระหว่าง 51-200 คน หรือรายได้มากกว่า 100 ล้าน ถึง 500 ล้านบาทต่อปี
      2. ภาคการค้าและบริการ การจ้างงานระหว่าง 31-100 คน หรือรายได้มากกว่า 50 ล้าน ถึง 300 ล้านบาทต่อปี
    3. วิสาหกิจขนาดย่อม หมายถึง กิจการในรูปนิติบุคคลที่มีการจ้างงานและรายได้ ดังนี้
      1. ภาคการผลิต การจ้างงานระหว่าง 6-50 คน หรือรายได้มากกว่า 1.8 ล้าน ถึง 100 ล้านบาทต่อปี
      2. ภาคการค้าและบริการ การจ้างงานระหว่าง 6-30 คน หรือรายได้มากกว่า 1.8 ล้าน ถึง 50 ล้านบาทต่อปี
    4. วิสาหกิจขนาดย่อย หมายถึง กิจการในรูปนิติบุคคลที่มีการจ้างงานและรายได้ ดังนี้
      1. ภาคการผลิต การจ้างงานไม่เกิน 5 คน หรือรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
      2. ภาคการค้าและบริการ การจ้างงานระหว่าง 1-5 คน หรือรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
    5. ทั้งนี้ หากมีกรณีจำนวนการจ้างงานและรายได้เข้าลักษณะของวิสาหกิจต่างกันให้ยึดรายได้เป็นหลักในการพิจารณา สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปี 2563)

  2. หน่วยงานภาครัฐ (Public Sector) เช่น ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

      หน่วยงานภาครัฐ หมายถึง ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยงานธุรการศาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ที่มา: พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ)

  3. องค์กรเพื่อสังคมและชุมชน (Social and Community Organization) เช่น วิสาหกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจชุมชน สมาคม สหกรณ์ มูลนิธิหรือองค์กรการกุศล
    1. วิสาหกิจเพื่อสังคม หมายถึง บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการขายสินค้าหรือการให้บริการ โดยมุ่งส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นที่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ตั้งอยู่ หรือมีเป้าหมายในการจัดตั้งตั้งแต่แรกเริ่มในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม โดยมิได้มุ่งสร้างกำไรสูงสุดต่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน และนำผลกำไรไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ไปลงทุนในกิจการของตนเอง หรือใช้เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร ผู้ยากจน คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอื่นๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ที่มา: พระราชบัญญัติวิสาหกิจเพื่อสังคม)

    2. วิสาหกิจชุมชน หมายถึง กิจการของชุมชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่นๆที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มีความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกันและรวมตัวกันประกอบกิจการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลในรูปแบบใดหรือไม่เป็นนิติบุคคลเพื่อสร้างรายได้และเพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชนและระหว่างชุมชน (ที่มา: พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน)

    3. สมาคม หมายถึง การก่อตั้งสมาคมเพื่อกระทำการใดๆ อันมีลักษณะต่อเนื่องร่วมกันและมิใช่เป็นการหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน (ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)

    4. สหกรณ์ หมายถึง คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (ที่มา: พระราชบัญญัติสหกรณ์)

    5. มูลนิธิหรือองค์กรการกุศล หมายถึง องค์การที่มีทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างอื่น โดยมิได้มุ่งหาประโยชน์มาแบ่งปันกันและได้จดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ และการจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิ ต้องมิใช่เป็นการหาผลประโยชน์เพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง (ที่มา: กรมสรรพากร)

    6. องค์การนอกภาครัฐ หมายถึง องค์การที่อยู่นอกภาครัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ไม่มุ่งแสวงหากำไร ทั้งนี้ โดยได้รับเงินอุดหนุนจากบุคคลบางกลุ่มที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน ในบางครั้งองค์การนอกภาครัฐยังทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่รัฐไม่อาจกระทำตามหน้าที่ได้เต็มที่ (ที่มา: ราชบัณฑิตยสถาน)

    7. องค์กรไม่แสวงหากำไร หมายถึง องค์กรที่ไม่ใช่ภาคราชการ และไม่ใช่ภาคธุรกิจที่แสวงหากำไร ก่อตั้งและดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลที่มีความมุ่งมั่นในอันที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาสังคม โดยเฉพาะปัญหาด้านคุณภาพชีวิตของกลุ่มบุคคลผู้ด้อยโอกาสและประชาชนผู้ทุกข์ยาก อันเกิดจากผลกระทบของการพัฒนา

ขอบเขตการส่งผลงานร่วมประกวด

รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นรางวัลที่พิจารณาจากผลการดำเนินการของผลงานที่มีความเป็นนวัตกรรม สามารถสร้างให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยพิจารณาผลงานที่ขอรับรางวัลตามเงื่อนไข ดังนี้

  1. ต้องเป็นผลงานที่มีความใหม่ ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ กระบวนการ การบริการ หรือรูปแบบธุรกิจ
  2. ต้องเป็นผลงานที่มีการนำไปใช้จริงแล้ว
  3. ต้องเป็นผลงานที่สร้างให้เกิดคุณค่าเชิงพาณิชย์ และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. ความเป็นนวัตกรรมของผลงาน
    1. ระบุประเด็นปัญหาที่แก้ไข
    2. อธิบายผลงานที่ใช้แก้ปัญหาผลิตภัณฑ์/กระบวนการ/บริการ/รูปแบบธุรกิจที่มีความใหม่ หรือมีการออกแบบนโยบาย หรือประยุกต์ใช้เครื่องมือใหม่ในการนำมาป้องกัน/แก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ
    3. จุดเด่นที่แตกต่างชัดเจนของผลงาน (การเปรียบเทียบกับผลงานที่มีอยู่แล้ว)
  2. เป้าหมายและผลกระทบของผลงาน
    1. ผู้ได้รับประโยชน์จากการแก้ปัญหา
    2. ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
    3. บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากผลงาน และแนวทางแก้ไขปัญหา
  3. ความยั่งยืนของผลงาน
    1. ความสามารถในการขยายผลของผลงานและเครือข่ายความร่วมมือ
    2. ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืน
  4. ธรรมาภิบาลขององค์กร

คุณสมบัติผู้สมัคร

  1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย และมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยมากกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด
  2. ผู้สมัครต้องยื่นเอกสารหลักฐานประกอบครบถ้วนตามที่สำนักงานฯ กำหนด

รางวัล

  1. รางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท จะได้รับพระบรมรูปพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย ใบประกาศเกียรติคุณ เงินรางวัล 100,000 บาท
  2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ในแต่ละประเภท จะได้รับโล่เชิดชูเกียรติ ใบประกาศเกียรติคุณ เงินรางวัล 50,000 บาท
  3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ในแต่ละประเภท จะได้รับโล่เชิดชูเกียรติ ใบประกาศเกียรติคุณ เงินรางวัล 25,000 บาท