About

เกี่ยวกับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ

รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ

  

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2549 เห็นชอบตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรม โดยการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาสภาพดินเปรี้ยวให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “แกล้งดิน” ในเขตจังหวัดนราธิวาส และกำหนดให้วันที่ 5 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันนวัตกรรมแห่งชาติ” เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับ “โครงการแกล้งดิน”

        

จากแนวพระราชดำริและการใช้วิธีดำเนินการ “โครงการแกล้งดิน” ได้เน้นให้เห็นถึงการประสมประสานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีควบคู่กับนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการจนได้วิธีที่เหมาะสมในการแก้ไขดินเปรี้ยว ซึ่งยังไม่มีที่ใดในโลกดำเนินงานในลักษณะดังกล่าว และไม่มีใครสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้สำเร็จ และนำมาทำเป็นตำราเผยแพร่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรมของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

             

ในวันนวัตกรรมแห่งชาติ (5 ตุลาคม) ของทุกปี
     สำนักงานฯ จึงจัดงานเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และจัดพิธีมอบรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อเป็นการให้กำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ค้นคิดพัฒนาผลงานนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศของประเทศ

      

“รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” (National Innovation Awards) จัดประกวดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นับตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ถือเป็นรางวัลนวัตกรรมทรงเกียรติสูงสุดของประเทศไทย ที่จัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่คนไทยที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความโดดเด่นและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในศักยภาพของคนไทยและเผยแพร่ต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมด้านต่างๆ สู่สาธารณะชนในวงกว้าง รวมถึงกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านนวัตกรรมในทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นชาติแห่งนวัตกรรม การจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ 2. ด้านสังคม 3. ด้านการออกแบบ 4. ด้านสื่อ โดยกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลทรงเกียรตินี้ขึ้นในวันนวัตกรรมแห่งชาติ (5 ตุลาคม) ของทุกปี

ประเภทรางวัล

ด้านเศรษฐกิจ (ดูรายละเอียด)

  1. องค์กรขนาดใหญ่ (Large)
  2. วิสาหกิจขนาดกลาง (Medium)
  3. วิสาหกิจขนาดย่อม (Small)

ด้านสังคม (ดูรายละเอียด)

  1. หน่วยงานภาคเอกชน (Private Sector)
  2. องค์กรไม่แสวงหากำไร (Non-Govermental Organization)
  3. หน่วยงานภาครัฐ (Government Sector)

ด้านการออกแบบ (ดูรายละเอียด)

  1. การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design)
  2. การออกแบบบริการ (Service Design)

ด้านสื่อ (ดูรายละเอียด)

  1. เนื้อหา (Content)
  2. สื่อมวลชล (Journalist)
  3. สปอตโฆษณา (Advertising Spot)
  4. สารคดี (Short Documentary)

เกียรติยศแห่งรางวัล

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับพระบรมรูป “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”   พร้อมจารึกชื่อผลงานและเจ้าของผลงาน เงินรางวัล และใบประกาศเกียรติคุณ

  • ชนะเลิศ ประเภทละ 1 รางวัล : 100,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทละ 1 รางวัล : 50,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทละ 1 รางวัล : 25,000 บาท

นอกจากนี้ ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้

  • ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ
  • ได้รับสิทธิในการพัฒนาศักยภาพทางนวัตกรรมจากการเข้ารับการอบรมและศึกษาดูงานนวัตกรรมองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมในต่างประเทศ
  • ได้รับโอกาสในการพัฒนาต่อยอดผลงานนวัตกรรมโดยการสนับสนุนด้านเงินทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติฯ
  •       
  • ได้รับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เชิดชูเกียรติผ่านสื่อมวลชน
  •       
  • ได้รับสิทธิให้ใช้ตราสัญลักษณ์สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติฯ ควบคู่กับผลงานที่ได้รับรางวัล เพื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานเป็นระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ได้รางวัล

ประเภทที่มีสิทธิ์ได้รับพระบรมรูป “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”

  1. ด้านเศรษฐกิจ
    • ผู้ชนะเลิศประเภทองค์กรขนาดใหญ่ (Large)
    • ผู้ชนะเลิศประเภทวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium)
    • ผู้ชนะเลิศประเภทวิสาหกิจขนาดย่อม (Small)
  2. ด้านสังคม
    • ผู้ชนะเลิศประเภทหน่วยงานภาคเอกชน (Private Sector)
    • ผู้ชนะเลิศประเภทองค์กรไม่แสวงหากำไร (Non-Government Sector)
    • ผู้ชนะเลิศประเภทหน่วยงานภาครัฐ (Government Sector)
  3. ด้านการออกแบบ
    • พิจารณาจากผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดของผู้สมัครทั้ง 2 ประเภท จำนวน 1 ผลงาน
  4. ด้านสื่อ
    • พิจารณาจากผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุด 2 ประเภท คือ ประเภทเนื้อหา (Content) และ ประเภทสื่อมวลชน (Journalist) จำนวน 1 ผลงาน